รู้ไว้ก่อนจะสาย ! เปิด 10 อันดับโรคป่วยฉุกเฉิน เริ่มต้นปีระกา 2560 ด้วยการหันมาดูแลสุขภาพ

รู้ไว้ก่อนจะสาย ! เปิด 10 อันดับโรคป่วยฉุกเฉิน เริ่มต้นปีระกา 2560 ด้วยการหันมาดูแลสุขภาพ

 

 

เริ่มต้นปีระกา 2560 ด้วยการหันมาดูแลสุขภาพ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
ในช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้สรุปสถิติการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ตลอดปี พ.ศ. 2559 พบว่า มีการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งสิ้น 1,491,460 คน โดย 10 ลำดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลผ่านสายด่วน 1669 มากที่สุดคือ

1. อุบัติเหตุยานยนต์ 387,009 คน
2. ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตเรื้อรัง 298,446 คน
3. ปวดท้อง ปวดหลัง เชิงกรานและขาหนีบ 162,701 คน
4. พลัดตกหกล้มอุบัติเหตุเจ็บปวด 113,510 คน
5. หายใจลำบากติดขัด 109,405 คน
6. หมดสติไม่ตอบสนอง หมดสติชั่ววูบ 61,619 คน
7. การเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เกิดกับเด็กหรือกุมารเวช 60,402 คน
8. ชัก หรือมีสัญญาณบอกเหตุของการชัก 44,135 คน
9. ปวดศีรษะ ภาวะผิดปกติทางตา หู จมูก และคอ 39,010 คน
10. เจ็บแน่นทรวงอก หัวใจ หรือมีปัญหาด้านหัวใจ 34,246 คน

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลในส่วนของลำดับแรกที่เป็นอุบัติเหตุจากยานยนต์นั้น อยากให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นพิเศษควรขับรถด้วยความไม่ประมาท มีสติ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ง่วงหรือเมาไม่ควรขับรถเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากยิ่งขึ้นได้

นอกจากการเกิดอุบัติเหตุจากยานยนต์แล้ว 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล ยังเป็นอาการของการเจ็บป่วยฉุกเฉินในหลายโรคโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง หรือ (STROKE) ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองคือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก จนส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก โดยปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้มีหลายปัจจัยทั้งที่ป้องกันได้และป้องกันไม่ได้ อาทิ อายุมากขึ้น หลอดเลือดสมองจะเสื่อมตามไปด้วย หรือเกิดภาวะการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าปกติ

คนที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น คือ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง เป็นโรคหัวใจ สูบบุหรี่เป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งโรคนี้จะสังเกตอาการได้ง่าย ๆ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบ พลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน

ดังนั้นผู้พบเห็นต้องรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ โทรสายด่วน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างทันที โดยต้องระลึกเสมอว่าการรักษาผู้ป่วยโรคนี้จะต้องรีบส่งเข้ารักษาภาย ในเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือพิการลงได้

นพ.อนุชากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ใน 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ยังมีอาการของโรคภาวะหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI) ซึ่งแต่ละปีจะมีแนวโน้มผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรคนี้ ในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันนั้น เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการแข็งตัว มีไขมัน หรือแคลเซียมไปเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ส่งผลให้ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย โดยอาการของผู้ป่วยนั้น จะมีอาการเจ็บแน่น จุกเสียดที่หน้าอกหรือท้องส่วนบน หรือมีอาการแน่นเหนื่อยขึ้นมาทันที ร่วมกับอาการหายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ซึ่งเมื่อมีอาการดังกล่าวให้รีบนั่งลงพักทันที อย่าตื่นเต้นโวยวาย เพราะการใช้แรงจะทำให้เจ็บมากยิ่งขึ้น จากนั้นโทรฯ แจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยจะต้องส่งผู้ป่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษาภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์

เลขา สพฉ. ทิ้งท้ายไว้ว่า อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีเพื่อให้ปลอดจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินในทุก ๆ โรค ใช้โอกาสเริ่มต้นปีใหม่หันมาดูแลตนเองโดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ตรวจเช็กสุขภาพประจำปี ขับรถหรือเดินทางด้วยสติไม่ประมาท และหากเจ็บป่วยฉุกเฉินก็ให้รีบโทรฯ แจ้งสายด่วน 1669.

 

ใส่ความเห็น