เปิด “ตำนานพญานาค” : อิทธิฤทธิ์พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายปราบนันโทปนันทนาคราช

 

เปิด “ตำนานพญานาค” : อิทธิฤทธิ์พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายปราบนันโทปนันทนาคราช

 

 

9991-2-5a30f3a8dc9d5f0ee1af6eb6b7554dc0

 

เรื่องราวลี้ลับของ “พญานาค” ตั้งแต่สมัยพุทธกาล จนถึงดินแดนแห่งนาคราช “ลุ่มน้ำโขง” อิทธิฤทธิ์พระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายปราบนันโทปนันทนาคราช

สมัยหนึ่ง  นันโทปนันทนาคราชเกิดความเห็นอันชั่วช้า  เห็นปานนี้ขึ้นว่า  พวกสมณะหัวโล้นเหล่านี้  เข้า ๆ ออก ยังที่อยู่ของพวกเทพดาวดึงส์  โดยทางเบื้องบนที่อยู่ของพวกเรา  คราวนี้  ตั้งแต่บัดนี้ไปเราจะไม่ให้พวกสมณะเหล่านี้โปรยขี้ตีนลงบนหัวของเราแล้วไป จึงลุกขึ้นไปยังเชิงเขาสิเนรุ  ละอัตภาพนั้น  เอาขนดวงรอบเขาสิเนรุ ๗ รอบ แล้วแผ่พังพานข้างบน  เอาพังพานคว่ำลงงำเอาภพดาวดึงส์ไว้  ทำให้มองไม่เห็น.

ลำดับนั้นแล  ท่านพระรัฏฐปาละได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  เมื่อก่อน  ข้าพระองค์ยืนอยู่ตรงประเทศนี้ มองเห็นเขาสิเนรุ  เห็นวงขอบเขาสิเนรุ  เห็นภพดาวดึงส์  เห็นเวชยันตปราสาท  เห็นธงเบื้องบนเวชยันตปราสาท,  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  เหตุอะไรหนอ  ปัจจัยอะไรหนอ  ซึ่งเป็นให้ข้าพระองค์ไม่เห็นภูเขาสิเนรุ ฯลฯ  ไม่เห็นธงเบื้องบนเวชยันตปราสาท  ในบัดนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบอกว่า  รัฏฐปาละ  นาคราชชื่อว่า  นันโทปนันทะนี้  โกรธพวกเธอจึงเอาขนดหางวงรอบเขาสิเนรุ ๗ รอบ เอาพังพานปิดข้างบนกระทำให้มืดมิดอยู่.

รัฏฐปาละ  ทูลว่า  ข้าพระองค์ขอทรมานนาคราชตนนั้น  พระเจ้าข้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงอนุญาต.

ลำดับนั้นแลภิกษุแม้ทั้งหมดก็ลุกขึ้นโดยลำดับ คือ  ท่านพระภัททิยะ ท่านพระราหุล  พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ทรงอนุญาต.

ในที่สุด  พระมหาโมคคัลลานะเถระ  กราบทูลว่า  ข้าพระองค์ขอทรมานนาคราชนั้น  พระเจ้าข้า.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตว่า โมคคัลลานะ  เธอจงทรมาน.

พระเถระเปลี่ยนอัตภาพนิรมิตเป็นรูปนาคราชใหญ่  เอาขนดหางวงรอบนันโทปนันทนาคราชแล้ว  กดเข้ากับเขาสิเนรุ.

ลำดับนั้น  นาคราชจึงโพลงไฟ.  ฝ่ายพระเถระกล่าวว่า  จะมีแต่ไฟในร่างกายของท่านเท่านั้นก็หาไม่  แม้ของเราก็มี  จึงโพลงไฟ.

ไฟของนาคราชไม่เบียดเบียนพระเถระ  แต่ไฟของพระเถระเบียดเบียนนาคราช.  นาคราชคิดว่า  พระองค์นี้กดเราเข้ากับเข้าสิเนรุ  แล้วบังหวนควันและทำให้ไฟโพลง  จึงสอบถามว่า  ผู้เจริญ  ท่านเป็นใคร.

พระเถระตอบว่า  นันทะ  เราแหละคือโมคคัลลานะ.

นาคราชกล่าวว่า  ท่านผู้เจริญท่านจงดำรงอยู่โดยภิกขุภาวะของตนเถิด.

พระเถระจึงเปลี่ยนอัตภาพนั้น  แล้วเข้าไปทางช่องหูขวาของนาคราชนั้น  แล้วออกทางช่องหูซ้าย  เข้าทางช่องหูซ้ายแล้วออกทางช่องหูขวา.

อนึ่ง  เข้าทางช่องจมูกขวา  ออกทางช่องจมูกซ้าย  เข้าทางช่องจมูกซ้ายแล้วออกทางช่องจมูกขวา  .  ลำดับนั้น  นาคราชได้อ้าปาก.พระเถระจึงเข้าทางปากแล้วเดินจงกรมอยู่ภายในท้อง  ทางด้านทิศตะวันออกบ้าง  ด้านทิศตะวันตกบ้าง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า โมคคัลลานะเธอจงใส่ใจ  นาคมีฤทธิ์มากนะ.

พระเถระกราบทูลว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  อิทธิบาท ๔ ข้าพระองค์เจริญแล้ว  กระทำให้มากแล้ว  กระทำให้เป็นดุจยาน  กระทำให้เป็นดุจวัตถุที่ตั้ง  ตั้งมั่นแล้ว  สั่งสมไว้แล้ว  ปรารภไว้ดีแล้ว,  นันโทปนันทะจงยกไว้เถิด  พระเจ้าข้า,  นาคราชเช่นกับนันโทปนันทะ  ตั้งร้อยก็ดี  ตั้งพันก็ดี  ข้าพระองค์ก็พึงทรมานได้.

นาคราชคิดว่า  เมื่อตอนเข้าไป  เราไม่ทันเห็น  ในเวลาออกในบัดนี้  เราจักใส่เขาในระหว่างเขี้ยวแล้วเคี้ยวกินเสีย  ครั้นคิดแล้วจึงกล่าวว่า  ขอท่านจงมาเถิดขอรับ  อย่าเดินไปๆ มาๆ ในภายในท้อง  ทำข้าพเจ้าให้ลำบากเลย.  พระเถระได้ออกไปยืนข้างนอก.  นาคราชเห็นว่านี้คือเขาละ  จึงพ่นลมทางจมูก.  พระเถระเข้าจตุตถฌาน  แม้ขุมขนของพระเถระ  ลมก็ไม่สามารถทำให้ไหวได้.

นัยว่า  ภิกษุทั้งหลายที่เหลือสามารถทำปาฏิหาริย์ทั้งมวลได้  จำเดิมแต่ต้น  แต่พอถึงฐานะนี้  จักไม่สามารถสังเกตได้รวดเร็วอย่างนี้แล้วเข้าสมาบัติ  เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุเหล่านั้นทรมานนาคราช.

นาคราชคิดว่า  เราไม่สามารถเพื่อจะทำแม้ขุมขนของสมณะนี้ให้ไหวได้ด้วยลมจมูก  สมณะนั้นมีฤิทธิ์มาก,  พระเถระจึงละอัตภาพนิรมิตรูปครุฑ  แสดงลมครุฑไล่ติดตามนาคราชไป,  นาคราชจึงละอัตภาพนั้น  นิรมิตรรูปมาณพน้อยแล้วกล่าวว่า  ท่านผู้เจริญ  กระผมขอถึงท่านเป็นสรณะ  ไหว้เท้าพระเถระ,  พระเถระกล่าวว่า  นันทะ  พระศาสดาเสด็จมาแล้ว  ท่านจงมา  พวกเราจักได้ไป.  ท่านทรมานนาคราชทำให้หมดพยศแล้วได้พาไปยังสำนักของพระศาสดา.  นาคราชถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์เป็นสรณะ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  ท่านจงเป็นสุขเถิดนาคราช ดังนี้แล้ว

อันหมู่ภิกษุห้อมล้อม  ได้เสด็จไปยังนิเวศน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี.

พญานาคราชจอมอิทธิฤทธิ์ผู้นี้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเช่นกัน เพราะวีรกรรมที่ได้สร้างไว้ถึงจะไม่ชอบธรรมนักแต่ก็เปรียบเสมือนเป็นการเทิดพระเกียรติ ประกาศก้องเกียรติคุณของพุทธองค์และเหล่าสาวกอีกแง่หนึ่ง โดยปรากฏเป็นหลักฐานในบทสวด “พุทธชัยมงคลคาถา” คือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพุทธองค์ 8 ประการ ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่า “พาหุง…”

เรื่องของพญานาคผู้ที่อยู่ใน พุทธชัยมงคล “คาถาที่ 7” ว่าด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ที่ทรงมีบรมพุทธานุญาตให้พระมหาโมคคัลลานะ ไปปราบ พญานันโทปนันทนาคราช จนได้ชัยชนะ พระบาลีว่า

…นันโทปนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนัง เถระ ภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะ วิธินา ชิตวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ ฯ

ต่อเมื่อ “พระโมคคัลลานะ” อัครสาวกเบื้องซ้ายและเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านอิทธิฤทธิ์ทูลขอโอกาส พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาต โดยพระเถระได้เนรมิตตัวเองเป็นจอมนาคราชที่เหนือกว่าพญานันโทปนันทนาคราช 1 เท่าตัว  แล้วพุ่งไปพันโอบรัดพยานันโทปนันทนาคราชด้วยขนด 14 รอบจนแน่น ทำให้พญานันโทปนันทนาคราชได้รับความอึดอัดและทรมาร ทีนั้น พญานันโทปนันทนาคราช ได้พ่นควัญพิษใส่พระเถระแต่พระเถระก็แผ่พังพานพ่นควันพิษกลับคืน เป็นเหตุให้พญานาคราชถูกพิษและได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พร้อมกันนั้นก็พลิกกายทำท่าเลื้อยหนี

 

9991-4-5a30f3a8dc9d5f0ee1af6eb6b7554dc0

 

 

พระเถระจึงแปลงกายเป็น “พญาครุฑ” ตัวใหญ่เข้าจับด้วยกรงเล็บทันที จนพญานันโทปนันทนาคราชต้องร้องขอ เมื่อรู้ว่าพยานาคราชสำนึกผิดแล้ว พระเถระได้นำ พญานันโทปนันทนาคราช ที่จำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์มาเข้าเฝ้าพุทธองค์ซึ่งประทับรออยู่ พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมเทศนาให้ฟังจนพญานันโทปนันทนาคราชเลื่อมใส นับถือพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งไปตลอดชีวิต

เขียนโดย Kittichai Payaksiri 

ใส่ความเห็น