13 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับการบริจาคเลือด ใครบริจาคได้ ไม่ได้ ต้องดูไว้

13 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับการบริจาคเลือด ใครบริจาคได้ ไม่ได้ ต้องดูไว้

 

 

9369-0-e5e66647cc074dac67fd6e053b456237

 

หลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าการบริจาคเลือด มีประโยชน์ในเรื่องของการได้ช่วยชีวิตเพื่อมนุษย์ที่ต้องการเลือดเพื่อรักษา แต่นอกจากได้อิ่มอกอิ่มใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นแล้ว การบริจาคเลือดยังมีข้อมูลที่น่าสนใจที่คุณอาจไม่เคยรู้อีกเพียบ

13 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับการ “บริจาคเลือด”

1. ใครที่คิดว่าเห็นคนไปบริจาคเลือดกันหลายคน คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะปัจจุบันมีความต้องการใช้เลือดในแต่ละวันสูงถึง 5,000 ยูนิตต่อวัน แต่ตอนนี้เลือดที่ได้รับบริจาคมามีเพียง 2,000 ยูนิตต่อวันเท่านั้น

2. ที่เห็นไปรอคิวบริจาคเลือดกันมากมาย จริงๆ แล้วเป็นเพียง 3% ของประชากรไทยทั้งประเทศเองนะ แล้วมันจะไปพอที่ไหน จริงไหม?

3. เลือดที่เราบริจาคไปในแต่ละครั้ง สามารถแยกออกมาใช้งานได้หลายส่วน ทั้งเกล็ดเลือด พลาสมา และเม็ดโลหิตแดง เราไม่ได้ใช้เลือดเพื่อการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยแต่เพียงอย่างเดียวนะ

4. แต่ถึงอย่างไร ผู้ป่วยที่ต้องการใช้เลือดมากที่สุด ก็หนีไม่พ้นกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดใหญ่ หรือประสบอุบัติเหตุ แล้วประเทศเราก็ประสบอุบัติเหตุกันบ่อยเสียด้วยสิ

5. การบริจาคเลือดช่วยกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกให้สร้างเม็ดโลหิตใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมาหมุนเวียนใช้บำรุงร่างกาย เป็นการเปลี่ยนถ่ายเลือดเก่า เลือดใหม่ได้อย่างมีประโยชน์ และปลอดภัยที่สุด

6. เมื่อเราได้เปลี่ยนถ่ายโลหิตเก่า-ใหม่ ส่งผลให้เลือดใหม่ที่ไปหล่อเลี้ยงตามร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสยิ่งขึ้น

7. หากคุณตั้งใจจะบริจาคเลือดเป็นประจำตามที่สภากาชาดแนะนำ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้สมบูรณ์แข็งแรงตลอดเวลา ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ไม่เครียด เลยทำให้กลายเป็นคนที่มีสุขภาพดีไปโดยธรรมชาติ

8. เมื่อร่างกายแข็งแรง ก็ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่ใครๆ ก็กลัวอย่าง โรคมะเร็ง ซึ่งคนที่บริจาคเลือดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคร้ายอย่างมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่เคยบริจาคเลือดด้วยนะ

9. สุขภาพจิตดีตามไปด้วย เมื่อเรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรดีๆ เพื่อคนอื่น ความสุขใจ อิ่มเอมใจ จะส่งผลต่อจิตใจของเราที่รู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ได้ทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้ด้วย

10. เราบริจาคเลือดได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปีเลยนะ (โดยที่ไม่ทำให้ร่างกายเราได้รับอันตรายใดๆ) หรือทั้งชีวิตเราบริจาคเลือดได้มากถึง 212 ครั้งเลยทีเดียว

11. กรุ๊ปเลือดที่ต้องการมากที่สุดก็คือ กรุ๊ป O ตามมาด้วยกรุ๊ป B, A และ AB ตามลำดับ ถึงแม้ประชากรกรุ๊ป AB ในไทยจะน้อยที่สุด แต่เพราะคนกรุ๊ป O ต้องใช้เลือดกรุ๊ป O เท่านั้น (กรุ๊ป AB ใช้เลือดกรุ๊ปไหนก็ได้) แถมยังเป็นประชากรที่มากที่สุดในประเทศเสียด้วย จึงทำให้กรุ๊ป O เป็นกรุ๊ปเลือดที่ขาดแคลนที่สุดนั่นเอง

12. เคยได้ยินเรื่องกรุ๊ปเลือดแบบ negative ไหม หากใครที่มีกรุ๊ปเลือด Rh- นั่นหมายความว่าคุณใช้เลือดโดยส่วนใหญ่ที่คนไทยมีไม่ได้ (เราเรียกระบบหมู่โลหิตนี้ว่า Rh- ส่วนใหญ่คนไทยมีหมู่เลือดเป็น Rh+ แต่จะพบ Rh- มากขึ้นในชาวต่างชาติ) ใครที่รู้ตัว หรือรู้จักคนที่มีหมู่เลือด Rh- ชวนไปบริจาคเลือดด้วยกันด่วนๆ เลย เพราะกรุ๊ปเลือดนี้ถือว่าเป็นกรุ๊ปเลือดหายาก และพิเศษมากจริงๆ

 

13. ตรวจสอบง่ายๆ ว่าเราบริจาคเลือดได้ไหม

1) อายุ 17-70 ปีบริบูรณ์

2) น้ำหนักเกิน 45 กิโลกรัม

3) นอนหลับพักผ่อนเกิน 6 ชม. ก่อนมาบริจาค

4) สภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นไข้หวัด ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วงใน 7 วันที่ผ่านมา

5) หยุดทานยาทุกอย่างมาแล้ว 7 วัน

6) ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ

7) ไม่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ตับ ไต ไทรอยด์ หรือโรคที่เกี่ยวกับเลือด

8) หากทำฟัน ควรทิ้งระยะก่อนมาบริจาคเลือดอย่างน้อย 3 วัน

9) หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน ผ่าตัดเล็ก ต้องเกิน 1 เดือน

10) ไม่มีประวัติยาเสพติด หรือพ้นโทษเกิน 3 ปี

11) หากเจาะหู สัก ลบรอยสัก หรือฝังเข็ม ต้องเกิน 1 ปี

12) หากเคยเป็นไข้มาลาเรีย ต้องเว้น 3 ปี แต่หากเคยเข้าไปในพื้นที่ๆ เสี่ยงต่อการติดต่อโรคมาลาเรีย ต้องเว้น 1 ปี

13) ไม่ได้รับวัคซีนใดๆ ภายใน 14 วัน หรือเซรุ่มใดๆ ภายใน 1 ปี

14) เลี่ยงอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูงทุกชนิด และงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนบริจาคเลือด (แต่สามารถทานอาหารก่อนมาบริจาคเลือดได้ตามปกติ ดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อป้องการอาการวิงเวียนศีรษะ)

15) คนที่มีอาการแพ้ต่างๆ เช่น แพ้อาหารทะเล แพ้ถั่ว สามารถบริจาคเลือดได้ เฉพาะกรณีที่ ณ ขณะนั้นสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่ได้มีอาการแพ้เกิดขึ้น

16) สตรีที่มีประจำเดือน สามารถบริจาคเลือดได้ หากปริมาณประจำเดือนปกติ และสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีอาการอ่อนเพลีย

17) หากเคยรับเลือดของคนอื่นเพื่อการรักษา ต้องเกิน 1 ปี

18) ท่านหรือคู่ครองของท่านต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือเบี่ยงเบนทางเพศ

ใส่ความเห็น